เรียนคอมพิวเตอร์เบื้องต้น(อีกครั้ง)



เสา-อาทิตย์ที่ผ่านมาไปอบรมการใช้งานคอมพิวเตอร์เบื้องต้นมาแหละ ฟังดูตลกนะจนป่านนี้แล้วยังจะต้องไปอบรมการใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้นกันอีกหรือ ตอนนี้เด็ก 7 ขวบเขาก็ใช้เป็นแล้วคอมพิวเตอร์เนี่ย แต่พอได้เข้าอบรมจริง ๆ มันมีอะไรแอบซ่อนอยู่เหมือนกันนะ ก็อะไร ๆที่เราคิดว่าเรารู้แล้วนั่นแหละ จริง ๆ แล้วยังมีอะไร ๆที่เรายังไม่รู้อีกตั้งเยอะแยะ
พวกเราคนที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2520 เป็นต้นไป ย่อมคุ้นเคยกับการใช้งานคอมพิวเตอรืกันมสบ้าง อย่างน้อยก็ต้องพิมพ์รายงานบนคอมพิวเตอร์เป็นโดยใช้โปรแกรมง่าย ๆ เช่น ไมโครซอร์ฟ เวิร์ด เมื่อก่อนตอนเราจับคอมพิวเตอร์ครั้งแรก เราก็ตื่นเต้น เราอายุ 12 ปี ตอนเริ่มใช้โปรแกรมจุฬา ราชวิถี( ไม่รู้จำชื่อถูกรึเป่านะ มันนานมาแล้ว) อะไรพวกนั้น  เริ่มกันตั้งแต่เปิดเครื่องเลย วันแรกอาจารย์ก็สอนให้พิมพ์งานธรรมดาแต่ว่าโอ้โห ! รู้สึกว่ายากจัง กว่าจะพิมพ์ กว่าจะเซฟ ทำตัวหนา ตัวเอียง ขีดเส้นใต้ พอทำไม่ได้ก็อ๊าย อายเพื่อน ก็เหมือนเวลาครูเรียกถามแล้วตอบไม่ได้นั่นแหละ จะรู้สึกว่าตัวเองโง๊โง่ เหตุการณ์วันนั้นก็ผ่านไป พอเรียนคอมพิวเตอร์จบก็แทบจะไม่ได้จับคอมพิวเตอร์อีกเลย เพราะที่บ้านไม่มีคอมพิวเตอร์ เวลาทำรายงานทีก็จะมีเพื่อนที่ ๆ บ้านเขามีคอมพิวเตอร์เป็นคนพิมพ์แล้วเราก็เป็นคนหาข้อมูลให้ ก็แหม…คอมพิวเตอร์สมัยนั้นแพงนะคะ คุณพ่อ-คุณแม่ที่ค่อนข้างมีสตางค์เท่านั้นแหละถึงจะซื้อมาให้ลูกได้ ร้านคอมพิวเตอร์ ร้านอินเตอร์เน็ต ไม่ต้องพูดถึงค่ะ สมัยนั้นไม่มีหรอกค่ะ เวลาเรามีรายงานส่วนตัว เราก็อาศัยพิมพ์ดีดไฟฟ้า อันนี้พ่อ-แม่ ตัดสินใจซื้อมาให้เพราะตอนเด็ก ๆ เราจะเครซี่เครื่องพิมพ์ดีดของคุณอาเรามาก ๆ วันทั้งวันก็นั่งพิมพือะไรไร้สาระไปเรื่อย หรือไม่ก็เขียนด้วยลายมือ เป็นเรื่องปรกติมากในสมัยนั้น แต่เด็กสมัยนี้ให้ใช้พิมพ์ดีดทำรายงานคงเชยแหลกแล้วมังคะ ว๊า… เขียนมาถึงตรงนี้รู้สึกสูงอายุยังไงก็ไม่รู้สิ
วันแรกที่เราเข้าอบรมหลักสูตรคอมพิวเตอร์เบื้องต้นนี้เขาก็สอนโปรแกรมพิมพ์งานโดยไมโครซอร์ฟ เวิร์ดค่ะ ก่อนเรียนก็รู้สึกว่าเบื่อจังเลย แค่ไมโครซอร์ฟ เวิร์ด เนี่ยต้องสอนกันหลายนาทีเชียวหรือ แต่พอเอาเข้าจริง ๆรู้สึกว่าเรานี่โง่จังเลยแฮะ มีอะไรไม่รู้อีกตั้งหลายอย่าง ฟังอาจารย์สอนแล้วก็เพลินดี สนุกไปกับเรื่องที่เรียนด้วย ทำตัวเป็นแก้วว่าง ๆรับเอาข้อมูลใหม่ ๆที่เคยคิดว่ารู้ดีอยู่แล้วเข้าไปในหัว
คิดว่าย้อนเวลากลับไปสมัยตอนเด็ก ๆ อีกครั้ง (พยายามคิด
จะได้รู้สึกเด็กลงบ้าง)  ต่อมาเขาก็สอนการเข้าเวบไซน์ต่าง ๆ
แหม…แค่นี้ก็ต้องสอน เราเนี่ยรู้ดีแล้ว โธ่ไม่รู้สอนทำไม แค่ คลิก ๆๆๆ
ง่ายจะตาย แต่พอได้มาเรียนจริง ๆ เอ่อ…ไอ้ที่คิดว่ารู้ ๆ น่ะรู้แบบโง่ ๆ
รึเปล่า บางทีเราก็ประมาทกับอะไรหลาย ๆ เรื่องเกินไปนะ
สิ่งที่เคยคิดว่ารู้
คิดว่าเเช่ยวชาญบางที่มันก็อาจเป็นภาพลวงตาทำให้เราเข้าใจผิด ๆ
วันนี้ได้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน ไมโครซอร์ฟ
เวิร์ด เอ็กเซล พาวเวอร์พ้อยท์ เอซีดีซี
เราดีใจมากเลยที่ได้เขาฝึกอบรบในวันนี้ เราได้ความรู้เพิ่มขึ้น
ในเรื่องที่คิดว่ารู้อยู่แล้วแต่จริง ๆ เรารู้น้อยมาก อย่างเช่น
โปรแกรม ไมโครซอร์ฟ เอ็กเซล ก่อนหน้านี้ เราก็ชอบใช้
ก็ได้ทำตารางง่ายดี คำนวณก็ได้ จัดแถว ย้ายหน้า ย้ายหลัง ทำกราฟ ก็ได้ โอ้ย สนุกสนาน แต่ก็แค่นั้นแหละ ถ้างานที่ทำไม่ได้สอดคล้องกับลูกเล่นที่โปรแกรมมีไว้ก็ไม่ได้ใช้ แล้วก็ใช้ไม่เป็นแบบไม่รู้ตัว (คือคิดว่าใช้เป็น แต่จริง ๆ แล้วใช้ไม่เป็นหรอก) หรือพาวเวอร์พ้อยท์ อู้ย…ก่อนมาอบรมนี่ก็ชอบ มีงานนำเสนอสวย ๆ ใส่รูปใส่เพลง เล่นตัวหมุน โอ้ย…ง่ายจะตาย แต่พอได้รับการสอนก็สำนึกเลยว่า อย่ามองข้าม อะไรที่คิดว่าไม่สำคัญไปเลยนะ เพราะอะไรที่ดูธรรมดา ๆ แต่ จริง ๆแล้วมีอะไรที่ไม่ธรรมดาอยู่เยอะ
เราเชื่อว่าเพื่อน ๆ ที่ทำงานออฟฟิศมานานเขาเชี่ยวชาญอะไร ๆ พวกนี้กันอยู่แล้วล่ะ คงมีเราคนเดียวแหละที่ตื่นเต้นกับมันจังเลย อันนี้ก็ขออภัยนะคะ คือว่าห่างหายมานาน ตั้งแต่มาติดเกาะ แล้วก็พเนจรไปเรื่อย ๆ ก็ไม่ได้สัมผัสอะไร ๆ ทำนองนี้หรอกค่ะ ตอนที่เรามีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง วัน ๆก็ดูหนัง  เข้าอินเตอร์เน็ต คุยกับเพื่อน เอารูปลงเครื่อง ทำรายงาน 2-3 ครั้ง บางคนเขาอาจทำเยอะกว่านี้นะ แต่เราขี้เกียจไง แล้วบังเอิญเพื่อนในกลุ่มเดียวกันก็เก่งการทำคอมพิวเตอร์ระดับโปร เวลามีอะไรต้องทำเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เนี่ย เราก็เป็นคนคอยดูว่าดีไหม ชอบไหม ถาดี ชอบ เขาก็เอาที่ทำอยู่เป็นหลัก เรียกว่าใช้งานคอมพิวเตอร์ด้วยสายตาและคำพูดว่างั้นเถอะ พอเรียนจบปุ๊ป เราก็ได้ทำงานออฟฟิศกับเขาเหมือนกันนะ มีโอกาสทำโปรแกรมเอ็กเซลด้วย ตอนเขามอบงานให้ทำแล้วบอกให้ใช้โปรแกรมเอ็กเซล เราก็กลุ้มเลยเพราะทำไม่เป็นค่ะ แต่จะบอกว่าไม่เป็นก็ไม่ได้ แหมเรียนจบแล้ว เอ็กเซล ทำไม่ได้นี่มันน่ากลับไปเรียนใหม่ ก็นั่งงมเป็นชั่วโมงทีเดียวกว่าจะลองผิดลองถูกทำงานจนเสร็จ  ตอนไม่รู้จริง ๆก็ต้องยอมเสียฟอร์มกันล่ะ ก็ถามซิคะ ถาม แหม…ก็ทีตอนเรียนยังใช้งานคอมพิวเตอร์ด้วยสายตาและคำพูดได้เลย ตอนนี้ทำงานจริง ๆ เราก็ต้องงัดไม้เด็ดมาใช้กันบ้าง จริงไหม เฮ้อ !! และแล้วก็ผ่านไปชีวิตสาวออฟฟิศของเรา
ตอนนี้อายุอานามก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้วจะให้ไปนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำงานทั้งวันก็ไม่ไหวนะ ตาไม่ดีแล้วอ่ะ ถึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนมาทำอะไรใหม่ ๆทั้ง ๆ ที่ตั้งใจเหลือเกินตั้งแต่ก่อนเรียนจบแล้วว่าจะต้องทำงานแต่ละที่ให้ได้อย่างน้อย 1 ปีก่อนจะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น แตสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นได้เสมอ ๆ แหละนะ ใครจะไปรู้ว่าวันนึงจะต้องมาทำอะไร ๆ เกี่ยวกับอาหาร เกี่ยวกับเด็ก ๆ และตอนนี้ยิ่งต้องมาทำอะไร เลอะ ๆ เทอะ ๆ ทั้ง ๆ ที่วัน ๆ ก็ใส่แต่ชุด สีขาว ๆ !!!!!!!
วันเวลาเปลี่ยนความคิดคนเราก็เปลี่ยนนะ แต่เราเชื่อว่า"ความเป็นตัวตน" ยังอคงอยู่แน่ ๆ ทำให้นึกถึงหนังสือ เรื่อง" Little tree" ที่เคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว เป็นเรื่องของเด็กลูกผสมอินเดียนแดงกับคนเขาว หนังสือเรื่องนี้อ่านแรก ๆ น่าเบื่อชะมัด เพราะเป็นเรื่อง เด็ก ๆ แต่พอใกล้ ๆ จะจบให้ข้อคิดอะไรเยอะเลย ถ้ามีเวลาก็ลองไปอ่านดูนะคะ อีกเรื่องคือ " Island of the Blue Dophin" เรื่องนี้ คล้าย ๆ กับหนังเรื่อง Cast Away ที่ทอม แฮ้งส์ แสดงน่ะค่ะ แต่ว่า ตื่นเต้นกว่าเยอะเลย ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสำนักพิมพ์เขาหรอกนะคะ แต่ว่ามันนึกขึ้นมาได้พอดี เผื่อว่าเพื่อนคนไหนกำลังไม่มีอะไรจะทำและก็เบื่อดูหนัง หรือว้าช้อปปิ้งแล้ว อ่านหนังสืออยู่ที่บ้านก็เป็นการฝึกสมาธิดีเหมือนกัน
การอบรม 2 วันที่ผ่านมานี้ คุ้มค่ามาก ๆ ค่ะ ได้ทั้งความรู้ และเพื่อนใหม่ การรู้จักคนใหม่ ๆ ทำให้โลกของเรากว้างขึ้นเยอะ
 
ขอบคุณ สำนักพัฒนาการท่องเที่ยวภาคใต้ เขต 4
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และวิทยากรทุกท่านค่ะ
16-17 ส.ค. 2551
 

About these ads
This entry was posted in Computers and Internet. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s